November 22, 2009

tai chi is good, sleeping is better.

1

2
back from the “healthy trip” at koh chang.
spa treatments, yoga, tai chi and all “good-for-health” stuff are making me crazy.

come on, you can “pamper/indulge/spoil yourself” in different ways…

really.

need some examples?

sleeping, is one.

3
…having someone to love (and beloved in return), is another.
thank ‘you’ for loving me :]

November 8, 2009

friday night/saturday morning

1

“แผ่นดินของเรา” เป็นหนังสือที่โรแมนติกมาก

นั่นคือความคิดแรกหลังจากที่อ่านจบ โรแมนติกที่ว่านี่ก็ไม่ใช่ในเชิงชู้สาว แต่หมายถึงในแง่ของการบรรยายธรรมชาติให้เห็นเป็นภาพ การพรรณนาความรู้สึกในเชิงลึกของมนุษย์ที่จับใจและสะเทือนอารมณ์ นอกจากฉากที่บรรยายช่วงเวลาของการรอนแรมในทะเลทรายใต้แสงดาว การต่อสู้ระหว่างแรงปรารถนาที่จะจำนนต่อความตายกับความหวังริบหรี่ที่มาพร้อมความทุกข์ทรมานเมื่อรำลึกถึง “คนที่รออยู่” แล้ว ประโยคหนึ่งในนั้นถึงกับทำให้คนอ่านอย่างฉันแทบลืมหายใจไปเลย ประโยคนั้นอยู่ในบทที่พูดถึงชาวมัวร์ที่ทั้งยกย่อง ทั้งชิงชังโบนาฟูส แซ็งแต็กซูเปรีพูดถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนนั้นว่า

“ทุกอย่างเหล่านี้เป็นเนื่องจากความเคียดแค้น หรือไม่ก็ความรัก!”

อ่านแล้วก็ชวนให้คิดว่า สงครามช่างบ่งบอกความเป็นมนุษย์ได้ดีเสียนี่กระไร และสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ น่ะ มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่เหตุผล

2

เพิ่งกลับมาจากชะอำ สำหรับรูป, เชิญทัศนาค่ะ

(friday) night,

IMG_4318resize

IMG_4320resize

IMG_4322resize

IMG_4323resize

(saturday) morning,

IMG_4332resize

IMG_4340resize

IMG_4356resize

IMG_4364resize

IMG_4367resize

canon 350d, 18-55mm
at veranda resort & spa, cha-am

3

wish you a safe and sound trip, as always.
:]

November 1, 2009

better together

1
งานแต่งงานบิวที่ the greenery resort สนุกดี นับเป็นงานแต่งงานเพื่อนงานแรกที่เราได้ไป (ถ้าจำไม่ผิด จริงๆ แล้ว กิฟท์-ไออาร์ ซึ่งแต่งงานไปปีที่แล้วน่าจะเป็นคนแรกในรุ่น แต่เราไม่ได้ไปร่วมยินดีด้วย)  พบว่างานแต่งงานเหมือนงานเลี้ยงรุ่นไม่มีผิด และก็พบอีกอย่างหนึ่งว่า “นักร้องรับเชิญ” ในงานก็กลายมาเป็นไฮไลต์เด็ดได้ด้วย!

แวบแรกที่เข้าไปในงานก็ตะลึงกับเพลงลูกทุ่งที่มีเนื้อหาประมาณว่าหลงรักคนมีเจ้าของ แต่ขอแอบมองอยู่ในใจก็พอ ตอนนั้นก็ว่าอึ้งแล้ว แต่เจอความวาไรตี้ระดับสุดยอดของนักร้องทั้งหลายเข้าไป ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว งานนี้มีทั้งแขกที่ขึ้นไปร้องห้าเพลงรวด (ซึ่งห้าเพลงนั้นไม่ซ้ำแนวเลย เท่าที่นึกออกมี i started a joke และเพลงจีนที่เราจำชื่อเพลงไม่ได้สองเพลง) มีแขกที่เลือกร้องเพลงเจงกิสข่าน พร้อมท่าประกอบลีลาเหนือคำบรรยาย (คนนี้สุดยอดจริง จบเพลงแล้วเราแทบจะลุกยืนให้ encore, ไม่ใช่อะไร นับถือในความกล้า) และมีน็อต เพื่อนร่วมรุ่นเราเอง ที่ขึ้นไปร้องเพลงคู่แท้กับหยุดตรงนี้ที่เธอ

โอ้ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม!

2
เที่ยวต่อที่ primo posto ร้านที่ได้ยินคำร่ำลือว่าสวยนักหนา แน่นอนว่าต้องพกกล้องไปด้วย
สำหรับรูป, เชิญชม

IMG_4203resize

IMG_4204resize

IMG_4210resize

IMG_4221resize

IMG_4241resize

IMG_4262resize

IMG_4263resize

IMG_4276resize

IMG_4282resize

IMG_4278resize

(รูปสุดท้าย ยกเครดิตให้คุณโอนินะ)

ป.ล.
- a&w ทำให้เรารู้ว่า อย่าได้ลบหลู่กฎของเมอร์ฟี่
- ฟอนต์ดีเป็นศรีแก่ป้าย, ชื่อดีเป็นศรีแก่กิจการ
;p

October 23, 2009

friday, i’m in love (with my life)

1

ไปงานหนังสือเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ได้หนังสือติดมือกลับมาสองเล่ม (ส่วนรอบแรกที่ไปนั้น ไม่ได้อะไรเลย, อย่างไม่น่าเชื่อ) มานึกๆ ดู เราเองจะเรียกว่าบ๊อง ก็คงจะได้ล่ะมั้ง เรื่องของเรื่องก็คือ รอบแรกที่ไปงานหนังสือ ก็เดินดูเล่มนั้น เล่มนี้ เล่มโน้น แล้วก็เล็งหนังสือไปเรื่อย พอคนรักยุให้ซื้อ ก็ทำท่าลังเลไป ลังเลมา แล้วสุดท้ายก็ไม่ซื้อเสียอย่างนั้น แต่มาวันนี้ อยู่ดีๆ ก็ตัดสินใจซื้อ “แดนสวรรค์” ของซูสุกิ โคจิที่เล็งมาตั้งครึ่งปี แล้วก็คิดว่าไม่อ่านก็ได้แบบไม่มีเหตุผล ส่วนอีกเล่ม “คำสาปร้านเบเกอรี่” ซึ่งเป็นรวมเรื่องสั้นแปลภาคสอง (ในจำนวนทั้งหมดสามภาค) ก็ตัดสินใจซื้อไปเฉยเลย ทั้งๆ ที่ยังไม่มีภาคแรกอยู่ในครอบครอง

ตกลงว่านี่เอ็งเอาหลักอะไรมาใช้ในการซื้อหนังสือ ฮึ!

นอกเรื่องอย่างยิ่ง ตอนนี้กำลังสงสัยว่าไตรภาคนี่ท่าจะเป็นเทรนด์ อะไรๆ ก็เป็นต้องมีสามไปเสียหมด Lord of the Rings ก็เป็นไตรภาค, x-men ก็ด้วย, งานเขียนชุด Ring-Spiral-Loop ก็เป็นสามเล่ม, หนังสือชุดไตรภาคแห่งมุสิก ก็มีสามเล่มเช่นกัน แล้วมาวันนี้ก็มาเจอรวมเรื่องสั้นที่ประกาศตัวว่าจะมีทั้งหมดสามภาคอีก ก็รู้สึกหลอนอย่างไรพิกล (หลอนทำไมก็ไม่รู้ รู้แต่มันฟังดู conspiracy อย่างแปลกๆ จะไตรอะไรกันนักหนา)

2

ไม่บ่อยนักที่จะได้ถ่ายรูปคู่กับพ่อ คราวนี้ เปิด photo booth หลอกล่อให้พ่อมานั่งดู แล้วฉวยโอกาสระหว่างที่พ่อกำลังงงว่ากล้องมันอยู่ตรงไหนของโน้ตบุค ถ่ายรูปเก็บไว้ซะเลย ;p

Photo 12

3

คิดถึงคนรัก และ…

you are the best thing that ever happened to me or my world.

edit 25:10:09

แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า entry นี้ก็มีสามข้อ แถมอ่าน “แดนสวรรค์” จบไปเมื่อเช้า พบว่าในหนึ่งเล่มก็แบ่งเป็นสามภาคอีกเหมือนกัน โอ้ นี่มันอะไรกัน โลกมนุษย์ -*-

October 11, 2009

two days in pattaya

หลายปีที่ผ่านมา ถึงจะมีเหตุให้ต้องไปที่ต่างๆ อยู่บ่อยๆ แต่ก็น่าแปลกที่พัทยาหลุดรอดไปจากตารางอย่างไม่น่าเชื่อ เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ต้องถือว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยาก เพราะที่บ้านตกลงใจกันว่าจะไปสำรวจห้างเปิดใหม่ “เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา” และโรงแรมเปิดใหม่ “ฮอลิเดย์อินน์” ที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่พวกเราจะไปกัน

เริ่มต้นออกเดินทางกันตอนเก้าโมงตรง ไปรับยายกับน้านุ แล้วก็ได้เวลาไปเที่ยวทะเลกัน :]

รู้ๆ กันอยู่ว่าครอบครัวนี้ ไปไหนไม่มีพลาดแวะเก็บนู่นนี่รายทาง สำหรับทริปนี้ ก็เริ่มกันที่ร้านอาหาร “ตำโชว์” ร้านที่เคยเป็นที่ตั้งของบริษัทเหมืองศรีมหาราชามาก่อน ร้านตั้งอยู่ริมน้ำ ด้านในตกแต่งอย่างเรียบๆ แต่เก๋ไก๋ด้วยเคาน์เตอร์หิน กับโถแก้วใส่น้ำสีแดง เขียวที่ตั้งโชว์อยู่บนเคาน์เตอร์เมื่อประกอบเข้ากับเพลงบอสซ่าโนว่าเบาๆ สไตล์ลิซ่า โอโนะที่เปิดเบาๆ แล้ว ก็ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว

สำหรับอาหารก็รสชาติดีทีเดียว ส้มตำไม่หวานมาก (ที่น่ารักคือพนักงานเข้าอกเข้าใจและไม่พยายามคะยั้นคะยอให้ใส่น้ำตาลลงไปสักนิดหน่อยเหมือนที่หลายๆ ร้านชอบทำ) ต้มยำก็รสชาติใช้ได้ แต่ที่อร่อยที่สุดต้องยกให้ยำปลาหมึกไข่เค็ม ที่ใส่ไข่เค็มแบบไม่งก ทำเอาแต่ละคนกินไปก็บ่นไปว่าคอเรสเตอรอลขึ้นแน่ๆ (แต่ก็ตักใส่ปากไม่ได้หยุดอยู่ดี)

IMG_4149

โถแก้วกับน้ำสีสวยบนเคาน์เตอร์

IMG_4154

ยำปลาหมึกไข่เค็ม

IMG_4151

น้ำแดงมะนาวโซดา (สั่งมาชิมเผื่อคนรัก ;p)

IMG_4155

หมูแดดเดียว

IMG_4158

ข้าวเหนียวดำในกระติ๊บหน้าตาน่ารัก

IMG_4145

ระฆังจิ๋วไว้ใช้เคาะเรียกพนักงาน, กิมมิคเล็กๆ ของทางร้าน

เมื่อท้องอิ่มกองทัพก็เคลื่อนพลกันต่อไป เราไปถึงโรงแรมกันตอนบ่ายสองโมง แต่พบว่าห้องยังไม่พร้อมให้เช็คอิน (ซึ่งพนักงานโรงแรมก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อเสนอใดๆ เป็นการทดแทน จนกระทั่งทางเราขอคุยกับผู้จัดการ จนในที่สุด ผู้จัดการ ซึ่งขอโทษขอโพยเป็นอย่างดี ก็จัดแจงอัพเกรดห้องให้เราหนึ่งห้อง เป็นห้อง executive suite) เราจึงไปเดินเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา และต่อด้วย “ตลาดน้ำสี่ภาค” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา (และอารมณ์)

เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา ก็เหมือนกับสาขาอื่นๆ ของเซ็นทรัล คือ มีส่วนของพลาซ่าและส่วนของทางห้างฯ ซึ่งจะว่าง่ายๆ ก็คือ ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก นอกจากว่าตระกูลจิราธิวัฒน์ได้ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่แล้ว เท่านั้นเอง

ส่วนตลาดน้ำนั้นจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่”เพลิน” อยู่ไม่หยอก ร้านรวงมากมายมาตั้งขายของหลากหลายกันริมน้ำ แม้ว่าโดยมากจะเป็นลักษณะของบ้านกลางน้ำ แต่ก็มีพ่อค้าแม่ขายที่สมัครใจจะนำอาหาร เครื่องดื่มแปลกๆ ลงเรือมาล่องขายริมทะเลสาบอยู่บ้าง ใช่แล้ว อ่านกันไม่ผิดหรอก ทะเลสาบนั่นล่ะ ตลาดน้ำที่นี่ไม่ใช่คูคลองที่มีตามธรรมชาติ แต่เป็นทะเลสาบที่ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในพัทยา

ถึงจะสร้างมาไม่นาน แต่บรรยากาศก็ครึกครื้น มีทั้งอาหารพื้นถิ่นจากที่ต่างๆ เสื้อผ้าแบบไทยๆ ของที่ระลึก ขนมไทยโบราณ ผลหมากรากไม้ต่างๆ ให้เลือกมากมาย คนขายก็มากันจากหลากหลายภูมิภาคจริงๆ (มีร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่ง มาจากเกาะเกร็ด นนทบุรี, ชวนคุยไปมาก็พบว่า ตอนนี้ต้องปิดร้านที่เกาะเป็นการชั่วคราว เพราะน้ำท่วมไปเรียบร้อย แต่ก็หวังว่าจะกลับไปขายเร็วๆ นี้)

IMG_4166

เดินเข้าไปก็เจอกับป้ายบอกชัดเจน

IMG_4168

ใครใคร่ค้าช้างค้า (แต่นี่ไม่ได้ค้าช้าง!)

IMG_4170

ร้านริมน้ำ

IMG_4173

เฉาก๊วยเฮฮา (หวังใจว่ากินแล้วจะอารมณ์ดี)

IMG_4177

อย่าขย่มและอย่ากระโดด (ลงจากสะพาน?)

IMG_4178

พายเรือกันไป

แล้วในที่สุด เมื่อเวลาผ่านไป ทางโรงแรมก็โทรมาบอกให้เราเช็คอินได้ตอนห้าโมงครึ่ง หิ้วกระเป๋าเข้าไปเสร็จสรรพก็ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย ถึงบริการจะไม่ค่อยน่าประทับใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าห้อง executive suite ที่ได้มานั้น สุดยอดจริงๆ เป็นห้องมุมขวาสุด อยู่บนชั้นสิบ ผนังด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกทั้งบาน ฉะนั้น เมื่อเปิดม่านออกไป ก็มองเห็นวิวทะเล โดยไม่มีระเบียงของห้องข้างๆ มาบังให้รกหูรกตาสักนิด ส่วนห้องน้ำ ก็มีทั้งส่วนที่เป็นฝักบัวให้ยืนอาบ และอ่างอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำนี่ล่ะ จุดเด่นของห้องที่นี่ เพราะพอเราลงไปแช่ในอ่าง แล้วมองออกไปด้านนอก ก็จะเห็นแสงไฟระยิบพราว เพราะกระจกริมอ่างก็เป็นกระจกใสทั้งบานเช่นกัน

IMG_4186

อ่างอาบน้ำและกระจกใสบานใหญ่

IMG_4187

ดูใกล้ๆ กันอีกรูป (ขออภัยที่ติดตากล้องมาด้วย ;p)

มื้อเย็น เราไปกินอาหารเกาหลีกันที่ร้าน”กายารัง” ซึ่งน่าเสียดายมากที่ความหิวทำให้ไม่มีรูปประกอบสักใบ เป็นร้านอาหารที่บริการอย่างสุดจิตสุดใจกันเลยทีเดียว พนักงานตอบเราทุกคำถาม ไม่ว่าเราจะตั้งคำถามซอกแซกปานใด (เช่น “ผักนี่มันผักอะไรน่ะ”, “น้ำจิ้มอันนี้กินกับอันไหน”, “เนื้อนี่สั่งมาจากที่ไหนเหรอ”) แถมยังย่างเนื้อให้ เติมกิมจิ (ซึ่งมีประมาณสิบกว่าแบบ) ให้ตลอดเวลา เอาเป็นว่า ใครสนใจจะไปเที่ยวพัทยา แล้วนึกอยากกินอาหารเกาหลีขึ้นมาแบบเฉียบพลัน ก็ติดต่อขอเบอร์ร้านกันได้ที่เจ้าของบล็อกค่ะ

มาทะเลเที่ยวนี้ ไม่ได้แตะทะเลสักนิด แต่ได้ไปว่ายน้ำในสระแบบอินฟินิตี้ ลงไปว่ายตอนกลางคืน รู้สึกโรแมนติกอย่างที่สุด ทั้งสระมีเพียงแค่ฉัน คู่รักสองคู่ (ซึ่งเป็นคู่เกย์เสียหนึ่ง) เท่านั้น มองออกไปก็เห็นพัทยายามค่ำคืน ลมก็พัดโชยมาเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องลงไปด้วย เลยแวบไปถ่ายรูปสระวันต่อมา ระหว่างที่ลงไปทานอาหารเช้าแทน  เลยขอจบดื้อๆ ด้วยภาพสระน้ำของโรงแรม ที่ออกจะคนเยอะไปหน่อย แต่ก็แอบโรแมนติกอยู่ในใจคนเขียนก็แล้วกัน

IMG_4201

October 1, 2009

the borrower’s apology

IMG_3873resize

yes, dad. i keep forgetting your birthday every year.
and right, this year? no exception.

i can finish this in time only because mom reminded me. (thanks mom, you saved my day.) and as usual, i won’t be at home to celebrate with my family on the day.

so, happy birthday in advance to the coolest dad on earth.
i will always reflect your shining light, for as long as i live.

:]

tape

p.s. in case you notice that your stitch figure was missing for a couple days, i “borrowed” it. sorry, dad ;p

September 20, 2009

life on the verge

my life is on the verge.

it’s happening, again. i suddenly feel i can’t go on like this anymore. my workplace is good. everything is fine. they pro-mac, they are nice people, they treat me well. my job is not bad, not bad at all. all i need to do each day is taking care of my client’s website, contributing ideas when they have new projects from time to time and helping out with some activities or events. that’s it. sounds good, huh?

still i’m bored. i miss those days when i was working as a junior writer. at that office, everything was a chaos. i woke up at 7:30, went to work, checked countless mails, emails and press kits, took numbers of phonecalls from pr people (which mostly annoying), had lunch at 2 or 3 pm, did the same thing all over again, went to press conference, went home and slept like a child.

why did i leave the place, twice?

the first time, i was bored and i felt so worthless. i wasn’t as good as my other colleagues. working in a place where everyone else is better (and more sarcastic) than you is not easy. i was only good at giving info to the readers but my sense of humor was suck (and i do realize that i still suck.)

the second time, my love life went to hell and i decided to run away (which i finally found out later that the decision was totally useless.)
i quited my job, applied for a course in london. spent my time there for almost a year then flew back.

and here i am, standing on the borderline tonight. should i stay and live as normal individual does or should i consider other choices? i throw my question to the stars in the sky. nothing comes back, but a shimmering warm smile.

September 13, 2009

la memoire enchantee

sketchhuahin001

huahin_watercolor002

la memoire enchantee

September 5, 2009

i live, therefore i am

1
โลกหมุนไปทุกวัน ตัวเราเองก็เหมือนกัน

สิ่งดีอย่างหนึ่งในชีวิต คือ การมีใครสักคนที่สอนเราได้ด้วยการกระทำ มันติดตรึง ประทับแน่นอยู่ในใจมากกว่าถ้อยคำใดๆ ก่อนเคยเรียนรู้้บางอย่าง และทุกวันนับตั้งแต่ที่ได้รู้จักกัน ใครบางคนก็สอนให้ฉันรู้ว่า คนที่หัวเราะให้กับความผิดพลาด ให้กับนิสัยเสีย ให้กับความไม่ได้เรื่องของตัวเองได้ เป็นคนน่าคบหาเป็นที่สุด

เพราะนั่นหมายความว่าเขาไม่ได้แค่อภัยให้คนอื่นเป็น แต่รู้จักการยกโทษให้ตัวเองด้วย

ขอบคุณอีกครั้งที่เป็นมากกว่าคนรัก

2
this is life! this is love!
นี่สิชีวิต! นี่สิความรัก!

IMG_3572_resize

photo by khun o

canon 350d, 18-55
f4.5, speed 1/200

August 29, 2009

everything else disappears.

krabi000001

krabi000003

krabi000005

krabi000006

krabi000009

krabi000010

krabi000012

krabi

holga cfn 120
ilford fp4 plus